Month: May 2018

สุดยอดโรคมะเร็งร้ายในผู้หญิง

สมัยก่อนนั้นมะเร็งปากมดลูกถูกพบว่าเป็นปัญหาสุขภาพในผู้หญิงมากที่สุด และมีอัตราเสียชีวิตจากโรคนี้สูงที่สุด แต่ปัจจุบันกลับพบอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่ามะเร็งปากมดลูก อันเนื่องมาจากวิถีชีวิตและการบริโภคที่ค่อนข้างส่งเสริมให้เกิดโรคได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามประเภทของมะเร็งคร่าชีวิตผู้หญิงไปมากที่สุดก็กลับเป็น “มะเร็งรังไข่” เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการ ตรวจหาได้ยาก และมีวิธีป้องกันที่ยังไม่ชัดเจน คนไข้ที่พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะท้ายๆ แล้ว ยกเว้นกรณีที่คนไข้เข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง สุดยอด มะเร็งร้ายในผู้หญิง มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) คือ โรคร้ายที่เราคุ้นหูกันมานานหลายสิบปี แต่แม้ในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคได้อย่างชัดเจน อีกทั้งมะเร็งรังไข่ยังมีมากกว่า 30 ชนิด และมีปัจจัยการเกิดโรคจากกรรมพันธุ์อยู่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยคนไข้ที่พบว่ามีประวัติญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรค ควรเข้ารับการตรวจเช็คถือเป็นวิธีที่ทำให้คนไข้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที แต่โดยส่วนมากแล้วคนไข้มักจะเข้ารับการรักษาเมื่อมะเร็งอยู่ในระยะเรื้อรังไปแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษาและเสียชีวิตลงได้ในที่สุด มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ร้อยละ 99 เปอร์เซ็นต์เกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) และเป็นมะเร็งชนิดเดียวในร่างกายที่เราสามารถหาวิธีป้องกันล่วงหน้าได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากข้อมูลความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน โดยการฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (HPV Test) และ Pap Test อีกทั้งระยะการเกิดโรคก็ยังต้องอาศัยเวลานับปี จึงมีอาการชัดเจน ดังนั้น คนไข้จึงมีเวลาพอที่จะสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้มะเร็งปากมดลูกยังมีช่วงที่เรียกว่า […]

ออกกำลังกาย ช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

สถิติในยุคปัจจุบันเผยให้เห็นว่ามะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการป่วย และเสียชีวิตของผู้หญิงไทย ประมาณว่าทุกวันมีผู้หญิงไทยเสียชีวิต 14 คนด้วยโรคนี้ สถิติระดับโลกในปี พ.ศ.2555 แสดงให้เห็นว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ทั่วโลกทั้งสิ้น 6,255,000 คน ดังนั้นภัยจากมะเร็งเต้านมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคุณผู้หญิงทั้งหลาย ทุกคนควรจะมีความรู้เพื่อจะป้องกันและรับมือโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการง่ายๆ อย่างการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มโอกาสมีชีวิตรอดของผู้ป่วยโรคนี้ในระยะแรก ดังแสดงให้เห็นโดยงานวิจัยจากตุรกี งานวิจัยนี้ได้แบ่งผู้ป่วยหญิงจำนวน 1,820 คน ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (250 คน) ซึ่งออกกำลังกายโดยการวิ่งหรือการเดินอย่างน้อยครั้งละครึ่งชั่วโมง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และกลุ่มที่ไม่มีการออกกำลังกาย (1,570 คน) เมื่อเวลาผ่านไป 36 เดือน ผู้ป่วยที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะมีอัตรารอดชีวิตโดยไม่เป็นมะเร็งสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่ออกกำลังกาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (93% เทียบกับ 90%) และเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี อัตราการรอดชีวิตของผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ยังสูงกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย เพียงแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (94% เทียบกับ 91%)

ภาวะดื้ออินซูลิน กระทบทักษะการใช้ภาษาของผู้หญิง

โรคเบาหวาน หนึ่งในโรคเอ็นซีดีที่พบบ่อยขึ้นในไทยและทั่วโลก ไม่เพียงจะส่งผลต่อระบบหลอดเลือดหัวใจเท่านั้น หากยังลามไปถึงสมองอีกด้วย ระดับอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาล) ในสมองที่ต่ำ เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การศึกษาจากฟินแลนด์เมื่อไม่นานมานี้ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetologia ซึ่งเป็นวารสารเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์อันน่าสะพรึงกลัว ของการดื้อต่ออินซูลินและการถดถอยของภาวะรู้คิด (cognition) จากการศึกษาในผู้เข้าร่วมจำนวน 5,935 คน (ผู้หญิง 3,262 คน) ความคล่องแคล่วด้านการใช้ภาษาจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น และในเพศหญิง การดื้อต่ออินซูลิน (การที่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินน้อยลง) ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการลดลงของความคล่องแคล่วด้านการใช้ภาษา ในขณะที่เพศชายไม่พบความสัมพันธ์นี้ ผู้วิจัยได้อธิบายถึงเหตุผลของความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละเพศว่า อาจมาจากความแตกต่างของการเกิดความผิดปกติของเนื้อสมองสีขาวที่เห็นได้เวลาทำเอ็มอาร์ไอ ซึ่งภาวะดังกล่าวมีผลต่อการถดถอยของภาวะรู้คิด และผู้หญิงก็มักพบความผิดปกติของเนื้อสมองสีขาวมากกว่าเพศชาย

ใช้แป้งฝุ่นกับจุดซ่อนเร้น

จากกระแสข่าวอันตรายของการทาแป้งฝุ่นในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เนื่องจากส่วนประกอบหลักอย่าง ทัลค์ (Talc) ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ในธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่า ทัลค์ไม่ก่อให้เกิอันตรายต่อสัตว์ทดลอง และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ทัลค์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางนั้น ต้องมีความบริสุทธิ์สูง และต้องไม่พบแร่ใยหิน วิธีใช้แป้งให้ปลอดภัย คือ ไม่ควรโรยแป้งไปที่ตัวเด็กโดยตรง เลี่ยงการสูดดมเข้าไปทางลมหายใจเป็นเวลานาน ป้องกันการสะสมเป็นก้อนในปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ในเด็กทารกอาจทำให้ปอดอักเสบและตายได้ ไม่ควรใช้โรยจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงเป็นระยะเวลานานๆ เพราะอาจทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้

กินอาหารอย่างไร ช่วงมีประจำเดือน

อยากทราบว่าช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงเราควรหรือไม่ควรกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ของร่างกาย ผู้หญิงราว 80 เปอร์เซ็นต์จะมีอาการพีเอ็มเอส (PMS – Premenstrual Syndrome) หรืออาการก่อนมีประจำเดือน เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องอืด บางคนท้องเสีย อาหารไม่ย่อย เครียด นอนไม่หลับ เป็นต้น อาหารที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ โดยหัวใจสำคัญในการกินคือ เลือกอาหารที่ย่อยง่าย พวกผัก ผลไม้ เนื้อปลา กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ลดอาหารรสจัด หรือบางคนอาจงดนม จะช่วยลดอาการท้องอืดได้ พวกธัญพืช ถั่ว ก็มีสารอาหารครบถ้วนและมีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารคลายเครียด ซึ่งที่กล่ามาตรงกับอาหารชีวจิตทุกอย่างค่ะ เครื่องดื่มเน้นดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ งดชา กาแฟลง เพราะกาเฟอีนและแทนนินในชากาแฟจะทำให้นอนไม่หลับท้องผูก ส่งผลให้เกิดความเครียดได้ค่ะ