Category: มะเร็งรังไข่

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ในผู้หญิง

‘มะเร็ง’ ซึ่งเป็นภัยเงียบของผู้คนส่วนใหญ่ เพราะเหตุว่ามะเร็งบางชนิดไม่มีอาการบ่งบอก มารู้อีกทีก็สายเสียแล้ว เนื่องจากเป็นมากแล้ว การรักษาก็ค่อนข้างจะยุ่งยาก เพราะการรักษาด้วยการผ่าตัดธรรมดาก็คงจะไม่พบ ต้องอาศัยการรักษาอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การฉายแสง การใช้ยาเคมีบำบัด เป็นต้น แต่ทั้งนี้ใช่ว่าจะหายขาดได้ แต่ก็ได้แค่ประทังไปเท่านั้น ดังนั้นการตรวจหามะเร็งจึงมีความจำเป็นในปัจจุบัน ในฐานะที่ผมเป็นสูติแพทย์ พูดถึงภัยเงียบทางการแพทย์อันดับหนึ่งเห็นจะได้แก่ มะเร็งของรังไข่ เพราะตรวจได้ง่าย เพียงแค่ดูด้วยอัลตราซาวนด์ก็รู้ได้แล้ว ดังนั้นในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ผมขอแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อตรวจดูรังไข่ที่มีอยู่ในท้องน้อย ถ้าหากตรวจภายในเฉยๆ จะรู้หรือเปล่า ผมขอตอบว่าถ้าหากเนื้องอกนั้นมีขนาดเล็กน้อยกว่า 3 เซนติเมตร การตรวจดูด้วยการตรวจภายใน โอกาสที่จะพลาดคือไม่รู้นั้นมีสูงมาก ผมจึงบอกว่าอย่าเชื่อในมือของตนเอง แต่ขอให้เชื่ออัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดเป็นดีที่สุด เพราะมีขนาดเล็กแค่ 3 เซนติเมตรก็สามารถรู้ได้ เมื่อเห็นด้วยอัลตราซาวนด์แล้ว ก็ใช่ว่ามันจะเป็นมะเร็งเสมอไป ผมบอกได้เลยว่าส่วนมากแล้วไม่ใช่มะเร็งของรังไข่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องติดตามผลต่อไปอย่างน้อยก็ 3 เดือน เพื่อดูว่ารังไข่นั้นโตขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ถ้าหากโตขึ้นก็ต้องว่ากันต่อๆ ไป แต่ถ้าไม่โตขึ้นหรือมีขนาดเล็กลงอาจเป็น PHYSIOLOGY CYST ของรังไข่ได้ แบบนี้ก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามก็เฝ้าดูกันต่อไป อาจจะปีละครั้งหรือตรวจด้วยวิธีดังนี้ เช่น การตรวจเลือดที่หาตัวที่เกี่ยวกับมะเร็ง […]

ใช้แป้งฝุ่นกับจุดซ่อนเร้น

จากกระแสข่าวอันตรายของการทาแป้งฝุ่นในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เนื่องจากส่วนประกอบหลักอย่าง ทัลค์ (Talc) ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ในธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่า ทัลค์ไม่ก่อให้เกิอันตรายต่อสัตว์ทดลอง และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ทัลค์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางนั้น ต้องมีความบริสุทธิ์สูง และต้องไม่พบแร่ใยหิน วิธีใช้แป้งให้ปลอดภัย คือ ไม่ควรโรยแป้งไปที่ตัวเด็กโดยตรง เลี่ยงการสูดดมเข้าไปทางลมหายใจเป็นเวลานาน ป้องกันการสะสมเป็นก้อนในปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ในเด็กทารกอาจทำให้ปอดอักเสบและตายได้ ไม่ควรใช้โรยจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงเป็นระยะเวลานานๆ เพราะอาจทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้